ต้นแบบเครื่องป้องกันการใช้กล้องแอบถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ
 

 

 

 

ทีมวิจัยขณะเซ็ตอัพต้นแบบเครื่องป้องกันการแอบถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ

รายงานข่าวแจ้งว่า นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียได้พัฒนาต้นแบบเครื่องป้องกันการใช้อุปกรณ์กล้องดิจิตอลไม่ให้สามารถถ่ายภาพในบริเวณต้องห้ามได้เป็นผลสำเร็จ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้จะสามารถป้องกันได้ทั้งกล้องดิจิตอลที่ใช้ถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ
สำหรับต้นแบบพัฒนาขึ้นมาจากอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีอยู่ทั่วไป ซึ่งประกอบด้วย ตัวตรวจจับที่ติดอยู่บนหน้ากล้อง, อุปกรณ์ให้แสง, โปรเจกเตอร์ และคอมพิวเตอร์ โดยเมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดทำงานร่วมกันจะสามารถสแกน ค้นหากล้องดิจิตอลที่อยู่ภายในบริเวณนั้นได้ เนื่องจากระบบจะทำงานด้วยการค้นหาแสงสะท้อนกลับ และตัวตรวจจับที่ใช้สร้างภาพในกล้องดิจิตอล
ทีมพัฒนากล่าวว่า เทคโนโลยีการตรวจจับการใช้กล้องดิจิตอลแบบใหม่นี้จะเหมาะกับ 2 ตลาดใหญ่ในปัจจุบันนั่นคือ ป้องกันการถ่ายภาพในสถานที่มีบริเวณต้องห้ามอย่างเช่น ในตัวตึกอาคารภาครัฐฯ หรืองานแสดงสินค้า เป็นต้น อีกตลาดหนึ่งก็คือ สกัดกั้นการถ่ายวิดีโอในบริเวณพื้นขนาดใหญ่ อย่างเช่น ในโรงภาพยนตร์เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันปัญหาการแอบถ่ายเพื่อทำการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านเหรียญฯ ต่อปี เพราะเพียงแค่ใครบางคนบันทึกภาพยนตร์จากในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง แล้วจัดทำขึ้นเผยแพร่บนเว็บภายในคืนนั้น หรือก็อปปี้ลงแผ่นซีดีสังห้าแสนก็อปปี้ เพื่อลักลอบขายตามท้องถนน อุตสาหกรรมภาพยนตร์ก็ได้รับผลกระทบในเรื่องของรายได้อย่างแน่นอน และนี่คือโอกาสของเครื่องป้องกันการแอบถ่ายฯ

เนื่องจากตัวเซ็นเซอร์จับภาพ (image sensor) ที่อยู่ในกล้องดิจิตอลที่เรียกว่า CCD จะมีการส่งแสงกลับมายังจุดกำเนิดของแสงโดยตรง (เปรียบเทียบกับดวงตาแมวในยามค่ำคืนที่เราสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน) ด้วยคุณสมบัติการทำงานในลักษณะนี้นี่เองที่ทำให้มันง่ายต่อการตรวจจับ และระบุตำแหน่งของกล้องวิดีโอในที่มึดอย่างในโรงภาพยนตร์ได้ เราเรียกคุณสมบัติการทำงานที่เกิดขึ้นนี้ว่า “Retroreflective”
อุปกรณ์ต้นแบบที่ใช้ในการสาธิตจะใช้แหล่งกำเนิดแสงที่สามารถให้แสงที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และกล้อง 2 ตัว เพื่อค้นหา CCD แต่ในระบบที่จะพัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์จะเลือกใช้เป็นแสงเลเซอร์อินฟราเรดที่มองไม่เห็น และทรานซิสเตอร์ตรวจจับแสง (Photo-detecting transistors) ในการสแกนกล้องที่แอบถ่าย เมื่ออุปกรณ์ตรวจจับค้นพบจุดที่น่าสงสัย มันจะส่งข้อมูลคุณสมบัติของการสะท้อนแสงกลับไปยังคอมพิวเตอร์ เพื่อตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อไม่ให้ผิดพลาด หากแสงสะท้อนที่ส่งกลับมานั้นมาจากต่างหูเพชร

เมื่อแสงเลเซอร์สแกน และพบตำแหน่งของตัวเซ็นเซอร์ภาพที่อยู่ในกล้องวิดีโอ ระบบจะส่งลำแสงสีขาวกลับไปโดยตรงที่ CCD ซึ่งลำแสง (อาจใช้เป็นเลเซอร์ในอุปกรณ์จริง) ดังกล่าวจะทำให้กล้องดิจิตอลเป้าหมายได้รับแสงที่มากเกินไปทำให้กล้องวิดีโอไม่สามารถบันทึกภาพได้ นักวิจัยกล่าวว่า ระดับพลังงานที่ใช้ในการทำให้กล้องไม่สามารถทำงานได้จะอยู่ในระดับต่ำ และไม่อันตรายต่อเจ้าของกล้อง
ส่วนการทำให้กล้องถ่ายภาพนิ่งในบริเวณพื้นที่ไม่ใหญ่นัก ซึ่งแม้ว่า กล้องพวกนี้มักจะถูกใช้ในที่มีแสงมากอย่างเช่น งานแสดงสินค้า หรือในห้าง พวกมันก็สามารถตราวจจับได้ง่าย เนื่องจากตัวเซ็นเซอร์จับภาพในมือถือ และกล้องดิจิตอลส่วนใหญ่จะวางอยู่ใกล้เล็นส์ ซึ่งทำให้ค้นหาได้ง่ายกว่าเซ็นเซอร์ของกล้องวิดีโอที่อยู่ลึกกว่า
ถ้าเครื่องป้องกันการแอบถ่ายของทีมนักวิจัยในสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์เมื่อใด เหล่าปาปารัสซี่ และพวกชอบแอบซูมภาพยนตร์ในโรงหนังคงต้องร้องไห้เป็นแน่

โดย กองบรรณาธิการเว็บไซต์ ARiP