อินเทลวางคิวเปิดตัวชิปใหม่ "คอร์ทูดูโอ" 27 ก.ค.

ประชาสัมพันธ์ของอินเทลยืนยันกับผู้สื่อข่าวซีเน็ตเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่างานเปิดตัวชิปคอร์ทูดูโอ (Core 2 Duo) ชิปดูอัลคอร์สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปรุ่นใหม่ของอินเทล จะมีขึ้นที่สำนักงานใหญ่ในเมืองซานตาคลารา แคลิฟอร์เนีย ในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ โดยซีอีโอพอล โอเทลินี่ (Paul Otellini) และผู้บริหารคนอื่นๆจะเข้าร่วมงานเปิดตัวชิปดังกล่าวด้วย
ชิปคอร์ทูดูโอถูกมองว่าเป็นชิปที่จบ"ยุคเพนเทียม (Pentium)" ชิปยอดฮิตสำหรับคอมพิวเตอร์พีซีของอินเทลอย่างเต็มตัว โดยกำหนดการออกชิปสำหรับเครื่องพีซีเจเนอเรชันใหม่ของอินเทลในวันที่ 27 นี้ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นการออกมาเพื่อกระตุ้นความต้องการของตลาดในช่วงฤดูร้อน

ชื่อเดิมของชิปคอร์ทูดูโอคือคอนโรว (conroe) เคยถูกขนานนามว่าเป็นว่าที่โปรเซสเซอร์ตระกูลเพนเทียมโฟร์ (Pentium 4) รุ่นใหม่ ถูกจับตามองอย่างมากเนื่องจากการเปลี่ยนไปใช้สถาปัตยกรรมใหม่ที่ทำให้ชิปกินไฟน้อยกว่า หรือมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานสูงกว่าสถาปัตยกรรม NetBurst ซึ่งอินเทลใช้มาตลอด 6 ปีตั้งแต่ปี 2000 นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นการปลดระวางสถาปัตยกรรม NetBurst ของอินเทลอย่างเต็มตัว เนื่องจากผลเสียเรื่องอัตราการบริโภคพลังงานที่สิ้นเปลืองเกินไป

อินเทลการันตีว่าชิปคอร์ทูดูโอจะมีประสิทธิภาพดีกว่าแต่กินไฟน้อยกว่าชิปตระกูลเพนเทียมที่ผ่านๆมา โดยเคยประกาศเมื่อสิงหาคม ปีที่แล้ว ว่าคอร์ทูดูโอจะกินไฟน้อยกว่า Pentium 4 รุ่นปัจจุบันประมาณครึ่งหนึ่ง

ประชาสัมพันธ์ของอินเทลย้ำว่า งานเปิดตัววันที่ 27 ก.ค. นี้จะเป็นงานเปิดตัวคอร์ทูดูโอเวอร์ชันเดสก์ทอปเท่านั้น ส่วนคอร์ทูดูโอเวอร์ชันคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โค้ดเนมเมอรอม (Merom) จะถูกเปิดตัวในช่วงสิงหาคมนี้

ตลาดคอมพิวเตอร์พีซีแม้จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ดีน แม็คคารอน (Dean McCarron) นักวิจัยของ Mercury Reseaech ระบุว่ามีโอกาสสูงมากที่ตลาดคอมพิวเตอร์พีซีจะชะลอตัวลง อีกทั้งการสำรวจยังพบว่า ที่ผ่านมายอดขายของทั้งอินเทลและเอเอ็มดีในไตรมาสสองของปีมักจะตกลงราว 2 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับยอดขายในไตรมาสแรกอยู่เสมอ กำหนดการเปิดตัวชิปใหม่ต้นไตรมาสสามของอินเทลจึงถูกมองว่าเป็นความพยายามกระตุ้นความต้องการในตลาดพีซีอีกครั้ง แม็คคารอนให้ข้อมูลว่าสถิติการเติบโตของยอดจำหน่ายพีซีในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 13.1 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าอัตราการเติบโตในปีนี้จะลดลงราว 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องจริงที่ว่าไตรมาสที่สองของปีมักจะเป็นช่วงเวลาที่ความต้องการในตลาดพีซีลดลง แม็คคารอนระบุว่าการสำรวจพบว่าที่ผ่านมา ยอดขายของทั้งอินเทลและเอเอ็มดีมักจะตกลงราว 2 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับยอดขายในไตรมาสแรกอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม หลายๆครั้งเอเอ็มดีดูเหมือนจะได้รับผลกระทบมากกว่าอินเทล แม้ว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดที่น้อยกว่าอินเทลก็ตาม

คู่แข่งตลอดกาลของอินเทล "เอเอ็มดี" เพิ่งประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ของปีอย่างคร่าวๆ ก่อนกำหนดการประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ก.ค.นี้ คาดการณ์ว่าตัวเลขรายได้จะเพิ่มมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว แต่น่าเสียดายที่การประกาศครั้งนี้ไม่สามารถสร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์มากนักเนื่องจากไม่สามารถทำลายสถิติสุดหรูที่นักวิเคราะห์ในตลาดพยากรณ์ไว้สำหรับเอเอ็มดี

เอเอ็มดี หรือ Advance Micro Devices ประกาศตัวเลขผลประกอบการอย่างคร่าว ๆ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนกำหนดการแถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 กรกฎาคม 2549 โดยคาดว่าตัวเลขรายได้รวมของเอเอ็มดีในไตรมาสสองของปีนี้น่าจะอยู่ที่ราว 1,210 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 47,190 ล้านบาท (ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญต่อ 39 บาท) มากกว่าตัวเลขในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วถึง 52 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้ไม่สามารถแตะระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ได้ ซึ่งมีการฟันธงว่าเอเอ็มดีน่าจะสามารถทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 50,700 ล้านบาท) โดยตัวเลข 1,300 ล้านเหรียญนี้ นักวิเคราะห์จากบริษัท Thomson First Call เป็นผู้ทำการสำรวจตลาดก่อนจะสรุปผลการคาดการณ์ตัวเลข 1,290 เหรียญที่เอเอ็มดีคาดการณ์ออกมานั้นลดลงจากรายได้ในไตรมาสแรกของปีราว 9 เปอร์เซ็นต์

นักวิเคราะห์นั้นมองว่า สาเหตุการลดลงของรายได้รวมของเอเอ็มดี ไม่ได้เกิดจากความต้องการของตลาดที่มักลดลงในช่วงไตรมาสที่สองของปีอย่างเดียว แต่ยังได้รับผลกระทบจากการทำสงครามราคากับอินเทล (Intel) ยักษ์ใหญ่คู่แข่งตลอดกาล ซึ่งที่ผ่านมาอินเทลนั้นพยายามลดราคาผลิตภัณฑ์ชิปของตัวเองลงเพื่อระบายสินค้าในสต็อกก่อนที่ชิปดูอัลคอร์สถาปัตยกรรมใหม่ของค่ายจะออกวางตลาดอย่างเต็มตัว

เอเอ็มดีนั้นระบุว่ายอดขายของชิปในกลุ่มระดับพื้นฐานหรือ entry-level และชิปในกลุ่มระดับกลางสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปและโน้ตบุ๊กนั้นลดลง ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกับที่อินเทลประกาศลดราคาทั้งสิ้น

เอเอ็มดีปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับผลประกอบการคร่าวๆเหล่านี้ จนกว่าจะถึงกำหนดการแถลงผลประกอบการอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้


โดย ผู้จัดการรายวัน
อัพเดต 14 กรกฎาคม 2006 เวลา 8:47 น