โตชิบาเร่งทำตลาด HD-DVD อาจต้องเฉือนเนื้อตัวเอง

 

นักวิเคราะห์จาก iSuppli ชี้เทคโนโลยี HD-DVD อาจทำให้โตชิบาต้องขาดทุนเป็นเงินประมาณ 200 เหรียญสหรัฐต่อยอดจำหน่ายเครื่องเล่น HD-DVD หนึ่งเครื่องเลยทีเดียว โดยระบุว่าราคาที่ควรจะเป็นของเครื่องเล่นดีวีดีความละเอียดสูงดังกล่าวควรมีราคาอยู่ที่ 674 เหรียญสหรัฐ ไม่ใช่ 499 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นราคาขายที่ทางบริษัทประมาณตัวเลขเอาไว้เมื่อครั้งเปิดตัวเครื่องเล่น HD-DVD รุ่น HD-A1 แต่อย่างใด

นักวิเคราะห์มองว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นเสมือนใบเบิกทางที่โตชิบายอมจ่ายเพื่อให้สามารถทำตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลของตนเองได้ก่อนเทคโนโลยีคู่แข่งจะเกิด ซึ่งคู่แข่งตัวฉกาจที่โตชิบามีก็คือ "บลูเรย์" ที่มีโซนี่ ซัมซุง เป็นผู้สนับสนุนหลัก

โดยเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์จะเริ่มเดินหน้าทำตลาดหลังช่วงกลางปีนี้ไป ราคาตั้งไว้ประมาณ 999 เหรียญสหรัฐ

การที่โตชิบา หนึ่งในผู้สนับสนุนเทคโนโลยี HD-DVD เร่งเปิดตัว - เดินสายผลิตเครื่องเล่นแผ่น HD-DVD เป็นอีกสัญญาณหนึ่งว่า ในอนาคตอันใกล้ วงการเครื่องเล่นแผ่นความละเอียดสูงเหล่านี้จะต้องมีการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างแน่นอน

"เครื่องเล่น HD-DVD รุ่น HD-A1 จากโตชิบานี้เปรียบเสมือนการรวมพลังกันระหว่างคอมพิวเตอร์รุ่นโลว์เอนต์กับเครื่องเล่นดีวีดีระดับสูงมากกว่า" นายแอนดรูว์ ราสเวลเลอร์ (Andrew Rassweiler) นักวิเคราะห์อาวุโสของ iSuppli กล่าว โดยเขาระบุว่าในเครื่องเล่น HD-A1 นั้นใช้ก็ใช้โปรเซสเซอร์ อินเทล เพนเทียม 4 เป็นอุปกรณ์ประมวลผลหลักเช่นกัน

ทาง CEA หรือ the Consumer Electronics Association ได้เปิดเผยถึงการขยายตัวของตลาดเครื่องเล่นดีวีดีในสหรัฐอเมริกาโดยระบุว่า ในปี 2005 มียอดขายเครื่องเล่นทั้งสิ้นประมาณ 16 ล้านเครื่อง (เฉพาะเครื่องเล่น DVD ไม่รวมคอมพิวเตอร์พีซีและเครื่องเล่นเกมคอนโซล) ขณะที่ในปี 2004 ขายได้ไม่ถึง 20 ล้านเครื่อง ทำให้ทางผู้ผลิตต้องเพิ่มฟีเจอร์ - โมเดลใหม่ ๆ ลงไปเพื่อทวงยอดขายกลับคืนมา

ขณะที่ในปี 1997 ซึ่งเป็นปีแรกที่เครื่องเล่นดีวีดีออกวางจำหน่ายพบว่ามียอดขายเครื่อง 349,000 เครื่อง ในราคาเฉลี่ยเครื่องละ 490 เหรียญสหรัฐ
 

ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 26 มิถุนายน 2549 เวลา 08:45 น.