|
กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเหล่าฟิชเชอร์
(Phisher)
อาชญากรอินเตอร์เน็ตที่จ้องหาประโยชน์จากรายได้สูงเกินกว่า 100,000
หรียญสหรัฐต่อปี
โดยพบว่าผู้บริโภครายได้สูงเหล่านี้ได้รับอีมลล่อลวงให้เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ปลอมมากกว่าผู้มีรายได้ปานกลางถึง
50 เปอร์เซ็นต์
ภัยฟิชชิ่งคือการที่เหล่าอาชญากรสร้างหน้าเว็บเพจเลียนแบบเว็บไซต์ของสถาบันการเงิน
ธนาคาร หรือเว็บอีคอมเมิร์ซชื่อดังขึ้นมา
โดยวิธีการคือการส่งอีเมลไปแจ้งยังผู้บริโภคให้เข้ามาทำธุรกรรมบนเว็บไซต์ดังกล่าว
ซึ่งเมื่อผู้บริโภคกรอกข้อมูลส่วนตัว
หรือพาสเวิร์ดลงบนเว็บไซต์ปลอมแห่งนั้น
อาชญากรจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ตามใจชอบ
จำนวนของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่ไดีรับอีเมลในปี 2006
เพิ่มขึ้นเป็น 109 ล้านคน หรือคิดเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงปี
2004 ที่มีอยู่แค่ 57 ล้านคน
ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการฟิชชิ่งนั้นคิดเป็นมูลค่า 2.8
พันล้านเหรียญสหรัฐแล้ว (ปี 2006)
จากการสำรวจของการ์ทเนอร์พบว่า
ความสูญเสียโดยเฉลี่ยของเหยื่อเพิ่มมากขึ้นเป็น 1.244
เหรียญสหรัฐจากการถูกฟิชชิ่ง หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 4 เท่า
โดยในจำนวนนี้เหยื่อที่ได้รับเงินคืนมีเพียง 50
เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีรายได้สูงนั้น
ความสูญเสียโดยเฉลี่ยก็เพิ่มขึ้นเป็น 4.362 เหรียญสหรัฐด้วย
ค่าเฉลี่ยของอีเมลที่ผู้บริโภครายได้สูงได้รับนั้นอยู่ที่ 112 ฉบับ
ในขณะที่ผู้บริโภคทั่วๆ ไป ได้รับอีเมลล่อลวงเพียง 74 ฉบับเท่านั้น
การ์ทเนอร์ยังได้อ้างข้อมูลของ the Aassociation of Payment
Clearing Services (ASACS)
เกี่ยวกับตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน
2006 คดีฟิชชิ่งที่เกิดขึ้นในอังกฤษเพิ่มขึ้น 16 เท่า หรือเท่ากับ
5,059 คดี ทำให้ธนาคารเสียหายเป็นเงิน 23 ล้านปอนด์
นอกจากธนาคารแล้ว เว็บไซต์ชื่อดังเช่น อีเบย์ (eBay) และเพย์เพล (PayPal)
ก็ตกเป็นเหยื่อของขบวนการฟิชชิ่งด้วยเช่นกัน
|